<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียว&#039;บิ๊กตู่&#039;หาเสียงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เปลี่ยนสถานะจากเจ้าหน้าที่รัฐเป็นบุคคลสาธารณะ ขณะที่ กกต.ไฟเขียวให้เดินช่วยผู้สมัคร พปชร.หาเสียงได แต่พึงระวังการใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครและพรรคการเมือง &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; เฮ! กกต.ชี้มีคุณสมบัติครบถ้วน รับหากยุบ ทษช.บัตรเสียพุ่งแน่ เตือนบรรดาขาร้องดูข้อมูลให้ดี เพราะไร้มูลผิดหมิ่นประมาท-เช็กบิลภายหลัง &amp;ldquo;บุญถาวร&amp;rdquo; ยื่นยุบอนาคตใหม่ข้องใจทำภารกิจคณะราษฎรให้สำเร็จคืออะไร &amp;ldquo;พรรคเพื่อนไทย&amp;rdquo; ปลิวแล้วศาลฎีกาชี้ไม่มีการจัดตั้งสาขาและตัวแทนพรรคจริง ส่งผลผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ 206 คนตายก่อนเลือกตั้ง&amp;nbsp;
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ มีความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งได้ปฏิบัติภารกิจอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีกำหนดการภายนอกแต่อย่างใด แต่ในเวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ ซึ่งคนใกล้ชิดแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปทำภารกิจส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าเพจเฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา prayut chan-o-cha ของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปลี่ยนสถานะตัวเองจากเจ้าหน้าที่รัฐ มาเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งคาดว่าเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาที่วิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขาดคุณสมบัติการถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ตามที่นายเรืองไกรยื่นร้องต่อ กกต. ส่วนในอินสตาแกรมของ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ได้โพสต์ภาพสุนัขตัวโปรดพันธุ์บูลด็อก โดยระบุว่า &amp;ldquo;เสือมาส่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันเดียวกัน มีรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการพิจารณาหนังสือของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ที่สอบถาม กกต.ในประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะสามารถขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงได้หรือไม่ และ พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถเดินช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงได้หรือไม่ ซึ่ง กกต.ได้พิจารณาข้อกฎหมายแล้วมีมติว่าสามารถทำได้ โดยเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง แต่ขอให้พึงระมัดระวังในเรื่องของการใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครและพรรคการเมือง ซึ่งคาดว่า กกต.จะมีหนังสือตอบกลับไปยังพรรคพลังประชารัฐในสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หนังสือหารือของพรรค พปชร.ก็ไม่มีการสอบถามในเรื่องว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถขึ้นดีเบตในฐานผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคได้หรือไม่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวิทย์ &amp;nbsp;เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวระหว่างช่วยผู้สมัครหาเสียงตอนหนึ่งว่า พรรคพลังประชารัฐจะมาโคราชจนกว่าคนโคราชจะเลือกพรรคยกจังหวัด ที่สำคัญที่สุดหากท่าน พล.อ.ประยุทธ์สามารถปราศรัยได้ เราก็อยากเรียนเชิญท่านมาพบปะและปราศรัยให้พี่น้องชาวโคราชด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการยุบพรรค พปชร. กรณีเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ และการจัดโต๊ะจีนระดมทุนของพรรค พปชร.ว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองใกล้จะเสนอต่อ กกต.พิจารณา ส่วนกรณีการระดมทุนนั้น ไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อนำไปสู่การยุบพรรค เป็นการตรวจสอบว่าเงินที่ได้รับจากการระดมทุนนั้นมีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง และรับมาจากผู้บริจาคที่สามารถบริจาคได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ แต่เราจะไม่ไปตรวจสอบว่าผู้ที่แจ้งความประสงค์จะสนับสนุนแล้วไม่สนับสนุนเป็นเพราะเหตุใด เป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติหรือไม่ จะตรวจสอบเฉพาะได้เงินสนับสนุนมาเท่าไหร่ มีเอกสารยืนยันถูกต้องหรือไม่เท่านั้น
ยุบ ทษช.บัตรเสียอื้อแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีการร้องว่านายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค เนื่องจากเป็นหัวหน้าพรรคก่อนการสมัครเป็นสมาชิกพรรคขัดต่อข้อบังคับพรรค และกฎหมายพรรคการเมืองนั้น กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมายแล้ว มีมติว่านายอุตตมมีคุณสมบัติครบถ้วน และได้มีการแจ้งให้ผู้ร้องทราบแล้ว&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ทษช. ในวันที่ 7 มี.ค. ว่าอาจส่งผลให้บัตรเสียเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในบัตรเลือกตั้งยังมีช่องกาให้พรรค ทษช.ในเขตที่ส่งผู้สมัครอยู่ หากประชาชนไปเลือกถือว่าเป็นบัตรเสีย ซึ่งถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ทษช. ก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าถ้าหากเลือกกาผู้สมัครของพรรค ทษช. ถือว่าเป็นบัตรเสียทันที เช่นเดียวกับผู้สมัครของพรรคอื่นๆ ที่ขาดคุณสมบัติการเลือกตั้งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีผู้ร้องเรียนเรื่องการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งต้องสอบปากคำในเรื่องที่ร้อง โดยจะดูว่ามีมูลมากพอที่ตรวจสอบต่อไปได้หรือไม่ โดยอยากเตือนผู้ที่ร้องว่า ถ้าร้องในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก็เข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยความเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุก และถ้าเรื่องที่มาร้องต่อ กกต.ไม่เป็นความจริงก็เข้าข่ายร้องเท็จอีก ซึ่งมีลักษณะนี้ทุกครั้งในการเลือกตั้ง กกต.ต้องดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นก่อนมาร้องก็ต้องพิจารณาให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 351/2562 คดีหมายเลขแดงที่ 204/2562 ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยคดีดังกล่าวนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ฟ้องคดี โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และนายทะเบียนพรรคการเมืองเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ยื่นฟ้องขอให้ศาลปกครองเพิกถอนมติของ กกต.ในการประชุมครั้งที่ 18/2562 เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2562 ที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรค ทษช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ซึ่งมติในการประชุมครั้งที่ 18/2562 เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรค ทษช. เป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 อันถือเป็นการใช้อำนาจทางปกครองก็ตาม แต่โดยที่ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมือง หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
7 มี.ค.สะเทือนการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 72 หรือมาตรา 74 และ 4.มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด กรณีจึงถือว่าการพิจารณายุบพรรคการเมืองมีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้อยู่ในอำนาจการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ซึ่งเป็นมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลปกครองจึงไม่อาจรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาได้ ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่พรรค ทษช.ในช่วงเช้าพบว่าไม่มีแกนนำพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรค มีเพียงผู้สมัคร ส.ส.ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เดินทางมายื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงสมัครรับเลือกตั้งให้สำนักงานพรรค และยังแสดงเจตจำนงพร้อมลงเลือกตั้งต่อไป ส่วนกิจกรรมทางการเมืองของพรรคนั้นก็ยังดำเนินต่อไป โดยช่วงเย็นมีกำหนดการลงพื้นที่พบประชาชนที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดดินแดงและตลาดห้วยขวาง กทม. ว่าระยะเวลาถัดจากนี้ไป เราเหลือระยะเวลาอีกเพียงแค่ 24 วัน จะเป็น 24 วันที่ทรงคุณค่ามากที่สุด ณ วันนี้ประชาชนยังไม่มีคำตอบสุดท้าย เพราะสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่สะเด็ดน้ำ ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่จะเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคำตอบในวันที่ 7 มี.ค. เรื่องการยุบบางพรรคการเมือง ก็จะส่งผลทางการเมืองเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทีมงานประชาชนและปกป้องรัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือขอให้ กกต.ดำเนินการพิจารณาส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ตามมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เพราะมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ใช้วาทกรรมที่ส่อว่ามีเจตนาดังกล่าวหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2554 รวมไปถึงการประกาศยกเลิกมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และล่าสุดกับคำให้สัมภาษณ์ที่ระบุว่าจะสานต่อภารกิจของคณะราษฎรให้สำเร็จ ซึ่งต้องถามนายธนาธรว่าหมายถึงอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การยื่นคำร้องครั้งนี้ดำเนินการในฐานะคนไทยที่รักประเทศ โดยใช้สิทธิตามตามมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญ โดยได้เตรียมเอกสารประกอบคำร้องยาวกว่า 20 หน้า ให้ กกต.พิจารณาด้วย ซึ่งทั้งหมดคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และปรากฏตามสื่อมวลชน ไม่ได้ปรุงแต่งใดๆ และทราบว่าหลังจากนี้อีก 3 วัน จะมี 2 องค์กรเตรียมเข้ายื่นคำร้องให้ตรวจสอบพรรคอนาคตใหม่ในความผิดเดียวกัน โดยมีหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้&amp;rdquo; นายบุญถาวรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่องขอดเกล็ด 11 เหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมาะเป็นนายกฯ ว่า 1.เป็นผู้นำรัฐประหารซึ่งทั่วโลกไม่ยอมรับ 2.ไม่มีความเป็นผู้นำทั้งในและต่างประเทศ เป็นตัวตลกในเวทีโลก 3.ไม่กล้าตัดสินใจในผลประโยชน์ของชาติ เช่น กรณีเขมรรุกที่ทำกินในเขตแดนไทย 4.ทำจริง ทำได้ และทำให้เห็นมาแล้วคือการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนในเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ 5.ตัวจริงเสียงจริง ในการใช้คำสั่ง คสช.อย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่คำนึงถึงหลักประชาธิปไตย 6.เสียสละเพื่อชาติเกินไปทำให้ไทยมีหนี้สาธารณะเกือบ 7 ล้านล้านบาท 7.อ้างว่ารักประชาชน แต่นำเงินภาษีของประชาชนไปแจกคนจนหาเสียงล่วงหน้า 8.เป็นนายกฯ ที่สัมผัสไม่ได้ พึ่งไม่ได้ ทุกครั้งที่ลงพื้นที่หรือจัด ครม.สัญจร ลิ่วล้อจะกีดกันชาวบ้านไม่ให้มาร้องทุกข์ต่อหน้า ใครฝ่าฝืนก็ถูกแจ้งความผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ 9.ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่ปกป้องสมบัติชาติ 10.ทำลายฐานรากประชาธิปไตยด้วยการทำรัฐประหาร และ 11.มีความเป็นมนุษย์สูงเกินไป คือ หงุดหงิดง่าย ตวาดนักข่าวหรือผู้คน ใช้ถ้อยคำผรุสวาทเสมอๆ
&amp;quot;พรรคเพื่อนไทย&amp;quot;ปลิวว่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุผลทั้ง 11 ข้อดังกล่าว คณะตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบภาคประชาชน นำโดยคุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, คุณรสนา โตสิตระกูล, คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, คุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ และผู้รู้ท่านอื่นๆ ได้ร่วมกันขอดเกล็ดนำเสนอบางประเด็นให้สาธารณชนทราบมาแล้วตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสรุปได้ตรงกันว่าผิดหวังกับ คสช. และผิดหวังต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำให้การรัฐประหารที่มีธงนำเรื่องการปฏิรูปนั้นเสียของ ทำให้ประเทศเสียเวลา เสียโอกาสในการพัฒนาอย่างน่าเสียดาย&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องในคดีที่นายอุมัธ หวังสาสุข ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อนไทย ยื่นฟ้องผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อขอคืนสิทธิการเป็นผู้สมัครหลังไม่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตไม่ประกาศรายชื่อ โดยศาลเห็นว่า หนังสือแจ้งการแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัดของพรรคเพื่อนไทยฉบับลงวันที่ 9 และ 28 ม.ค. ไม่ได้ลงนามโดยหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย หรือโดยผู้ได้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าพรรคไม่ชอบด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 35 วรรคสอง ประกอบกับประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรค การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสาขาพรรค หรือคณะกรรมการสาขาพรรคและการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 2560 ข้อ 12 รวมทั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองได้วินิจฉัยว่าการประชุมใหญ่พรรคเพื่อนไทยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2561 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบแล้ว คำวินิจฉัยดังกล่าวยังไม่ถูกเพิกถอน จึงมีผลใช้บังคับอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุผลดังกล่าวจึงถือได้ว่าพรรคเพื่อนไทยไม่ได้จัดตั้งสาขาพรรคหรือแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จึงไม่สามารถส่งสมาชิกสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทุกเขตเลือกตั้ง และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ดังนั้นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 ฉะเชิงเทรา ไม่ประกาศรายนายอุมัธจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากคำพิพากษาดังกล่าวของศาลฎีกา มีผลให้ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตพรรคเพื่อนไทย ที่ส่งสมัครผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสิ้น 154 เขตเลือกตั้งจะไม่ได้รับการคืนสิทธิให้เป็นผู้สมัคร ขณะเดียวกันในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 52 คน ที่ก่อนหน้านี้ กกต.ประกาศรับรองให้เป็นผู้สมัคร กกต.ก็ต้องประกาศถอนบัญชีผู้สมัครของพรรคเพื่อนไทยออก โดยพรรคเพื่อนไทยมีนายสิระ พิมพ์กลาง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สกลนคร เป็นผู้ก่อตั้งพรรคและดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ภายหลังมีความขัดแย้งกับนายอนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์ ซึ่งอ้างตนเป็นหัวหน้าพรรคเช่นเดียวกัน จนไม่รู้ว่าใครคือหัวหน้าพรรคตัวจริงกันแน่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30207</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, สุวิทย์  เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77f6c806dd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
